โดยไอพอดนาโนเจนเนอเรชั่นที่ 6 นี้ เป็นมัลติทัชไอพอด ที่จะมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ใหญ่กว่าไอพอดซัฟเฟิลที่มีขนาดใกล้เคียงกันถึง 2 เท่าตัว โดยจะมีหน้าจอแสดงผลขนาดเล็กเพียง 1.54 นิ้ว หรือขนาดเล็กลงกว่าเดิมเท่าตัว แต่มีความหนาแน่นของพิกเซลเกือบๆ 2 เท่าของ iPad ซึ่งเมื่อมองจากภายนอกแล้ว จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับไอพอดในตระกูลซัฟเฟิลมาก แต่ถึงกระนั้น กลับมีความจุของแบตเตอรี่ไม่เหมือนกัน โดยไอพอดนาโนใหม่นี้ จะมีความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ 105 mAh ในขณะที่ไอพอดซัฟเฟิล จะมีความจุเพียงแค่ 51 mAh นอกจากนี้ ยังจะมีหน้าจอแอลซีดีแบบมัลติทัชที่ให้ความละเอียดในการแสดงผลภาพอยู่ที่ 240x240 พิกเซล เพิ่มขึ้นจาก 220 พิกเซลต่อนิ้ว โดยมีความหนาแน่นของจำนวนพิกเซลมากกว่า 132 PPI ที่พบใน iPad ที่มีหน้าจอกว้าง 9.7 นิ้ว แต่ต่ำกว่า 326 PPI ที่พบในเรตินาของไอโฟนและไอพอดทัชรุ่นล่าสุด โดยไอพอดนาโน 6 เปิดให้จำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 149ดอลล่าร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่น 8กิ๊กกะไบท์ และ 179ดอลล่าร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่น 16กิ๊กกะไบท์ โดยใช้เวลาประมาณ 3-5 วันทำการในการจัดส่งสินค้า
อานนท์ ทองใจ
วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553
เผยไอพอดนาโนเจน 6 มีแบตเตอรี่ใหญ่กว่าซัฟเฟิล 2 เท่า
YouTube เดินหน้าเจรจาคลอดบริการสตรีมภาพยนตร์ Hollywood หวังชิงชัยตำแหน่งผู้นำมัลติมิเดีย
เว็บไซต์ Fancial Times นำเสนอ ข้อตกลงการเจรจาระหว่าง YouTube และ Hollywood ในเรื่องของการให้บริการสตรีมภาพยนตร์จากหมวดหมู่ต่างๆ ตามที่ต้องการได้โดยคิดค่าบริการตามจริง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ภายในช่วงปลายปีนี้ โดยราคาสำหรับการสตรีมภาพยนตร์น่าจะอยู่ที่ราว 5 เหรียญต่อเรื่อง ซึ่งอาจจะเป็นจริงหรือไม่ก็ได้ เพราะตัวแทนของ YouTube กล่าวแต่เพียงว่ายังไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในส่วนนี้ได้ ดูเหมือนว่าความเคลื่อนไหวของ Google ครั้งนี้ น่าจะเป็นการออกมาท้าชนกับApple ที่เตรียมจะเปิดให้มีบริการภาพยนตร์ดิจิตอลยุคใหม่ Apple TV และ Netflix ที่มีรายงานว่าเมื่อเร็วๆ นี้พวกเขาได้เซ็นสัญญามูลค่าเกือบ 1 พันล้านเหรียญเป็นเวลาห้าปีสำหรับการสตรีมภาพยนตร์จากParamount, Lionsgate และ MGM. Hulu ที่มี Walt Disney, News Corp.และ NBC Universal เป็นเจ้าของ ก่อนหน้านี้ YouTube ได้พยายามที่จะก้าวเข้าสู่แวดวงธุรกิจดังกล่าวมาสักพักแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ Google Video ได้ปิดตัวลงตั้งแต่ปี 2007 โดยเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว Google ก็ได้ส่งสัญญาณก้าวเข้าสู่ธุรกิจด้วยการประกาศคลอดบริการสตรีมวีดีโอภายในเว็บไซต์ ซึ่งต่อมาก็มีข่าวออกมาว่า YouTube เตรียมเปิดฉากเจรจากับสตูดิโอผู้สร้างภายนตร์ต่างๆ พร้อมกับนำเสนอความคิดให้มีเช่าชมภาพยนตร์อีกด้วย จนกระทั่งล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา YouTube ได้เริ่มดำเนินการเช่าชมภาพยนตร์ด้วยการเปิดให้ทดลองบริการที่มีชื่อว่า Sundance Film Festival โดยได้นำเสนอภาพยนตร์ห้าเรื่องสำหรับการเช่าชมแบบชั่วคราว โดยทิ้งท้ายว่าผู้ใช้จะสามารถรับภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ได้ภายในอนาคตอันใกล้นี้ โดยยังไม่สามารถเผยรายชื่อพันธมิตรได้ในเวลานี้
Apple เปิดตัวไอพอดทัชพร้อมเรตินาดิสเพลย์และกล้องด้านหน้า
ลือ Cisco ทุ่มเงิน 5 พันล้านเหรียญเล็งซื้อ Skype
สำหรับบริการใหม่จาก Skype ได้เปิดให้ทดลองใช้มาเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีแล้ว โดยสามารถดึงดูดใจลูกค้าองค์กรให้หันมาใช้ได้มากกว่า 2,400 บริษัทเลยทีเดียว แคมเปญดังกล่าวเปิดให้ลูกค้าองค์กรเข้ามาใช้งานภายหลังจากที่ Google ได้เปิดตัวการโทรฯ ระหว่าง Gmail และ VoIP ถึงแม้ Google จะไม่ได้เน้นเจาะกลุ่มไปยังลูกค้าที่เป็นองค์กร แต่เห็นได้ชัดว่าทั้งลูกค้าองค์กรและนักธุรกิจต่างก็มั่นใจที่จะใช้ Gmail ที่เหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะการใช้บริการจาก Google ด้าน Cisco ยังคงไม่ยอมรับกับกระแสข่าวลือดังกล่าว ถึงแม้ว่าเครือข่ายขนาดใหญ่ของ Skpye จะพร้อมรองรับการเชื่อมต่อจาก SIP PBX และก็คงไม่ใช่เรื่องยากหากความร่วมมือจะเกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งในขณะนี้ Skype ได้รับการรับรองจาก Avaya, SIPFoundry, ShoreTel, Siemens และ Freetalk ขณะนี้ Skype มีฐานสมาชิกเกือบ 600 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่ใช้งานแบบไม่เสียค่าบริการ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ป็นธุรกิจองค์กรนั้น มีเพียงส่วนน้อยที่จ่ายค่าบริการเดือนละ 6.95 เหรียญ แต่ Skype ก็ยังคงยืนยันที่เพิ่มบริการใหม่ๆ อย่าง SkypeOut ที่ใช้สำหรับการโทรเข้าโทรศัพท์พื้นฐานด้วยราคาเพียง 2.1 เซ็นต์ต่อนาที หรือ SkypeIn ที่จะเสียค่าบริการสำหรับเช่าหมายเลขโทรศัพท์ในราคาถูก
ยักษ์ค้าปลีกไอที'ซินเน็ค'พร้อมรุกตลาดโฟน
ในวงการไอที น้อยคนจะไม่รู้จักบริษัทซินเน็ค(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 1ใน 3 ผู้ค้าส่งสินค้าไอทีของเมืองไทย วันนี้ซินเน็คเป็นตัวแทนขายให้กับแบรนด์ชั้นนำกว่า 50 แบรนด์ พร้อมทั้งมีทิศทางที่ชัดเจนในการขยายไลน์สินค้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนอย่างเต็มตัว "ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสสัมภาษณ์"สุพันธ์ มงคลสุธี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ถึงกลยุทธ์ และทิศทางการดำเนินธุรกิจ
โตเพราะกินแชร์คู่แข่ง
โดย"สุพันธ์ มงคลสุธี" กล่าวว่า ในธุรกิจค้าส่งสินค้าไอที นั้นหากไม่รับรวมตลาดโฟน เราถือเป็นผู้ค้าส่งที่มียอดขายสูงสุด แต่หากนับรวมโฟนเข้าไปด้วยเราห่างจากคู่แข่งที่ทำโฟนมาก่อนเรา 3 ปีเพียงเล็กน้อย ซึ่งครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทเติบโตประมาณราว 19.65% เติบโตมากสุดในรอบ 21 ปี โดยมีรายได้ทั้งหมด 7,504.16 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตของบริษัทเป็นผลมาจากการขยายตลาดเข้าไปกินมาร์เก็ตแชร์ของคู่แข่งรายอื่น โดยตอนนี้เชื่อว่าเหลือผู้ค้าส่งสินค้าไอทีที่มีศักยภาพเพียง 3 รายเท่านั้น ซึ่งทิศทางการแข่งขันธุรกิจค้าส่งสินค้าไอทีนั้นจะมุ่งเน้นการให้บริการ ระบบโลจิสติกส์ และไฟแนนซ์ ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าเรามีความแข็งแกร่งสุดในตลาด โดยมีวงเงินรองรับการเติบโตทางธุรกิจหลายพันล้านบาท มีกำไร และ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (Debt equity) ต่ำ
มุ่งขายสมาร์ทโฟนเต็มตัว
ส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังเราจะมุ่งไปยังตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยได้จัดตั้งกลุ่มธุรกิจใหม่ ภายใต้ชื่อ คอมมูนิเคชั่น ดีไวซ์ และทีมงานฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดขึ้นมาใหม่สำหรับดูแลการเพิ่มช่องจำหน่ายสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ค้าปลีกโทรศัพท์เคลื่อนที่ ขณะเดียวกันยังได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟน เอเซอร์ และโมโตโรล่า ไมล์สโตน ซึ่งเป็นแอนดรอยด์โฟน พร้อมทั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย "แบล็คเบอร์รี่" ให้กับทรูมูฟ เพื่อกระจายสินค้าในช่องทางค้าปลีกไอทีที่เป็นเครือข่ายของ ซินเน็ค อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปีนี้เราเพิ่งเริ่ม ขณะที่คู่แข่งทำตลาดสมาร์ทโฟนมา 3 ปีแล้ว แต่เชื่อว่าเมื่อเราเริ่มเราจะไล่ตามเขาทัน เหมือนกับโน้ตบุ๊ก ที่เราเริ่มทำตลาดช้ากว่าเขา 3 ปี แต่ตอนนี้เรามียอดขายแซงหน้าคู่แข่งไปแล้ว
นายสุพันธุ์ กล่าวอีกว่า 3 จี จะเข้ามาพลิกโฉมตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยฟีดเจอร์โฟน จะลดลง สมาร์ทโฟนจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 50-60% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด 10% หรือประมาณ 1 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาที่ถูกลง แอพพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงนี้กระแสแอนดรอยด์กำลังมาแรง ตอนนี้ในสหรัฐฯยอดแซงหน้าไอโฟนไปแล้ว ส่วนบีบี นั้น เป็นที่นิยมเพราะโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่ยังไม่แน่ใจว่ากระแสจะเปลี่ยนเมื่อไร ขณะที่วินโดว์ส โมบายส์โฟน 7 กำลังจะมา ซึ่งเราอยู่ในระดับต้นน้ำในธุรกิจไอที ทำให้มีโอกาส
ส่วนโอเปอเรเตอร์มือถือนั้นเชื่อว่าต่อไปจะขายโฟนน้อยลง เนื่องจากฮาร์ดแวร์มีราคาถูกลง ทำให้กำไรน้อยลง โอเปอเรเตอร์น่าจะหันไปพัฒนาบริการ และแอพพลิเคชันบริการ 3 จี มากขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็เริ่มประกาศให้ผู้ผลิตเข้าใจว่าเรามีความพร้อมในการทำตลาดสมาร์ทโฟน พร้อมจะนำสินค้ามาขายผ่านช่องทางที่เรามีอยู่ ซึ่งเราก็เปิดกว้างกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทุกราย โดยในปีหน้าเราพร้อมทำตลาดสมาร์ทโฟนเต็มที่ ซึ่งเชื่อว่าจะมียอดรายได้ประมาณ 20-30 ล้านบาทต่อเดือน
ชูกลยุทธ์ 6 C
ส่วนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทปีนี้มุ่งเน้นกลยุทธ์ 6 C ซึ่ง C แรก คือ CRM (Customer Relationship Management) โดยเราจะมุ่งการทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทั้งยังเปิดให้ลูกค้าเยี่ยมชมสำนักงาน การบริหารจัดการ ตลอดจนคลังสินค้าของบริษัท ส่วน C ที่ 2 คือ Communication โดยจะมีการปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถสื่อสารข้อมูลกับลูกค้ามากขึ้น มีการสร้างเว็บไซต์สำหรับการสั่งสินค้า (Web Ordering) ขณะที่ C ที่ 3 คือ (Customize Training) ซึ่งจะมีการจัดหลักสูตรที่เหมาะสมให้กับกลุ่มพนักงาน ลูกค้า จนกระทั่งถึงตัวผู้บริโภค ส่วน C ที่4 เป็นเรื่องของ Cost Control) โดยที่ผ่านมาองค์กรของเราเติบโตเยอะ จำเป็นต้องควบคุมเรื่องค่าใช้จ่าย ในขณะที่บริการจะต้องเท่าเดิม หรือ ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันเราสามารถทำได้ดี มีต้นทุนในการบริหารจัดการประมาณลดลงเหลือ 3% จากเดิม 4% สำหรับ C ที่ 5 เป็นเรื่องของ Channel หรือช่องทางจำหน่าย ซึ่งจะมีการขยายให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคมากขึ้น และเริ่มสร้างช่องทางจำหน่ายทางด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ โฟนขึ้นมา และ C สุดท้าย คือ CSR หรือ องค์กรที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม โดยปีนี้เรามีโครงการบริจาคคอมพิวเตอร์และโปรแกรม สำหรับเด็กใช้ค้นหาหนังสือในห้องสมุด ให้กับโรงเรียนทั่วทั้ง 77 จังหวัด
เชื่อธุรกิจไอทีมีโอกาสเสมอ
สำหรับแนวโน้มตลาดไอทีปี 2554 นั้นธุรกิจไอที เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเสมอ และมีการเติบโตขึ้นทุกปี เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง และราคาถูกลงทุกวัน ส่วนเทคโนโลยีที่เป็นกระแสในปี 2554 นั้นมองว่ากระแสแท็บเลตจะมาแรง โดยจะมีผู้ผลิตหลายรายเปิดตัวแท็บเลต แข่งกับไอแพ้ด ประมาณปลายปี หรือต้นปีหน้า แต่กระแสจะไปได้หรือไม่ หรือจะเหมือนกับเน็ตบุ๊ก ที่กระแสอยู่ได้ไม่นานนั้นขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ หรือ แอพพลิเคชัน นอกจากนี้เทคโนโลยีการเก็บบันทึกข้อมูล หรือ สตอเรจ ที่มีความต้องการขนาดความจุเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายการใช้งานของเทคโนโลยีบูลเรย์ และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้ง สุดท้ายคือเทคโนโลยี 3 จี ที่มองว่าจะมีอิทธิพลทำให้ตลาดไอที และการสื่อสารเติบโตขึ้น
iPod Touch 4G
![]() |
แอปเปิล นี่หยิบอะไรขึ้นมา เป็นขายดิบขายดีไปหมด และจะว่าไปแล้ว iPod นั้น ถือได้ว่าเป็นสินค้าที่ฉุดแอปเปิลให้ย้อนกลับมายืนอยู่ได้อย่างยิ่งใหญ่จนทุกวันนี้ และมีส่วนในการปฏิวัติประสบการณ์เกี่ยวกับเพลงไปจากเดิม กระตุ้นให้วงการเพลงของโลกต้องปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจไปอย่างมหาศาล
iPod Touch เป็นอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะ สำหรับการดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ (ความละเอียดสูง) เล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณ wi-fi และใช้ทำงานอื่น ๆ แล้วแต่แอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งลงไปในเครื่อง
จริง ๆ แล้ว iPod Touch 4G เหมือน iPhone 4G ทุกกระเบียดนิ้ว เพราะใช้ iOS เวอร์ชั่นเดียวกัน ยกเว้นอย่างเดียว คือใช้เป็นโทรศัพท์มือถือไม่ได้ (แต่โทร.ผ่านอินเทอร์เน็ตได้) นอกนั้นแล้ว ทำได้เหมือนกันหมด แต่ตัวเครื่องบางกว่า iPhone มาก แค่ 7.2 ม.ม.เท่านั้น และแรมของ iPod Touch น้อยกว่า แต่ถึงอย่างนั้น ในการทดสอบเปรียบเทียบความเร็วของสองตัวนี้ ก็แทบไม่แตกต่างกันเลย
ในขณะที่ราคา ก็ตั้งมาค่อนข้างต่ำ ในรุ่นความจุต่ำสุด 8 GB ขายกันแค่ 7,900 บาทเท่านั้น ส่วนรุ่น 16 GB 10,400 บาท และรุ่น 32 GB 13,900 บาท ส่วนราคา iPhone 4G ในเมืองไทยตอนนี้ ยังไม่รู้กันแน่นอน แต่ก็คงระเบิดระเบ้อน่าดู
หากอยากสัมผัสประสบการณ์ iPhone แต่มีโทรศัพท์มือถือเดิมใช้อยู่แล้วไม่อยากเปลี่ยน ก็เอา iPod Touch 4G มาเล่นแก้กลุ้มไปได้เหมือนกัน ในแวดวงนักวิจารณ์ค่อนข้างชื่นชมกับ iPod Touch 4G จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อออกมาแล้วจะขายดิบขายดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เชื่อว่า iPad ของแอปเปิลเข้ามาเปิดขายเป็นทางการในบ้านเราเมื่อไร ก็จะเกิดการแห่กันซื้อแบบไม่ต่างไปจากนี้นัก หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
Apple เปิดดาวน์โหลด iOS 4.1
Apple เปิดดาวน์โหลด iOS 4.1
ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด สำหรับไอโฟนและไอพอดทัชเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพุธที่ ผ่านมาผ่านทางเวบไซต์ต้นสังกัด Apple
โดยภายในงานการ ประชุมประจำปีของ Apple ที่จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สตีฟ จ๊อบส์ ผู้บริหารคนดัง ได้มีการกล่าวถึงระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดสำหรับไอโฟนและไอพอดทัช หรือ iOS 4.1 และล่าสุดเมื่อวันที่ผ่านมานี้เอง ทางต้นสังกัดก็ได้มีการเปิดให้ดาวน์โหลดซอฟท์แวร์ดังกล่าวฟรีผ่านทาง iTunes สำหรับผู้ใช้ไอโฟนและไอพอดทัชแล้ว โดยจะมีการอัพเกรดความสามารถในการใช้งานที่เกี่ยวกับเกมส์, รูปภาพ และวีดีโอความละเอียดสูง อีกทั้งยังมีการแก้ไขปัญหาบัคที่ตรวจพบจากเวอร์ชั่นก่อนหน้าอีกด้วย โดย จ๊อบส์ ยังได้ให้สัญญาอีกด้วยว่า ในเวอร์ชั่นนี้ ผู้ใช้จะไม่พบปัญหาในการติดตั้ง รวมถึงปัญหาการใช้งานที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อาทิ ปัญหาสายหลุดขณะใช้งาน, การทำงานของ iPhone 3G ช้าลงเมื่ออัพเกรดระบบปฏิบัติการเป็น iOS 4.1, ปัญหาบลูทูธที่เกิดขึ้นขณะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายในรถยนต์และชุดหูฟัง และปัญหาการใช้งานกับซอฟท์แวร์ของไอพอด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการอัพเกรดความสามารถในการอัพโหลดไฟล์วีดีโอแบบ HD ผ่านทาง Wi-Fi, รองรับบริการเช่ารายการทีวีโชว์บน iTunes จากไอโฟนและไอพอดทัช, ฟังก์ชั่น HDR (high dynamic range) และ GameCenter เป็นต้น